Fernando Sor ‘เบโธเฟนแห่งกีตาร์’ ทหารผู้ลี้ภัยมาเป็นยอดนักประพันธ์
"le Beethoven de la guitare"
เป็นสมญานามที่นักดนตรีวิทยา ฟรองซัว-โจเซฟ เฟติส (François-Joseph Fétis, 1784-1871) ตั้งให้กับชาวสเปนผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตทหารผู้แปรพักตร์ที่ลี้ภัยมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยอาชีพนักดนตรี จนในที่สุดกลายเป็นผู้พลิกภาพจำของกีตาร์
จากเครื่องดนตรีเล่นประกอบสุดแสนธรรมดา ให้กลายเป็นเครื่องดนตรีบรรเลงเดี่ยวสุดพิเศษ ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ ‘เบโธเฟนแห่งกีตาร์’ เฟอร์นานโด ซอร์ (Fernando Sor 1778-1839)
ซอร์เติบโตในครอบครัวทหารอันมีกินมีใช้ ครอบครัวหมายมั่นปั้นมือให้เขาสืบทอดเส้นทางทหารตามผู้เป็นพ่อ แต่สุดท้ายซอร์ได้ทุ่มหมดใจให้กับเสียงดนตรีจากการชมคอนเสิร์ตต่างๆ โดยเฉพาะโอเปรา และนำไปสู่ความชอบความชอบในเสียง ‘กีตาร์’ ในที่สุด
แม้ว่าจะไม่ได้เรียนดนตรีอย่างจริงจัง พรสวรรค์ที่โดดเด่นของซอร์นำพาเค้าเข้าเรียนดนตรี ในมหาวิหารบาเซโลนา แต่ก็ประสบกับความยากลำบาก อันเนื่องจากผู้เป็นพ่อเสียชีวิตส่งผลให้ขาดทุนทรัพย์ โดยแม้จะมีโอกาศได้ศึกษาต่ออีกพักหนึ่งจากการสนับสนุนของผู้ใหญ่ แต่ด้วยความกังวลของผู้เป็นแม่เกี่ยวกับเส้นทางอาชีพ ทำให้ท้ายที่สุด ซอร์ถูกส่งไปยังค่ายทหารเพื่อเข้ารับราชการ อย่างไรก็ตาม ในที่แห่งนี้ไม่ได้ทำให้เขาพลัดพรากจากดนตรีแต่อย่างใด ซอร์ยังคงโดดเด่นในฐานะนักดนตรีประจำกองพัน ปี 1808
‘นโปเลียน โบนาปาร์ต’ (Napoléon Bonaparte, 1789-1821) นำฝรั่งเศสบุกสเปน ซอร์เข้าร่วมสงครามด้วยคมอาวุธและงานประพันธ์ปลุกใจ แต่ก็ไม่อาจต้านทานได้ไหว สเปนพ่ายแพ้และถูกจัดตั้งรัฐบาลขึ้นภายใต้การควบคุมของฝรั่งเศส ซอร์คือหนึ่งในทหารสเปนผู้แปรพักตร์ไปทำงานให้กับรัฐบาลชุดดังกล่าว จนเมื่อสเปนขับไล่ฝรั่งเศสได้สำเร็จในปี 1813 ส่งผลให้เหล่าทหารสเปนที่ทำงานให้ฝรั่งเศส มีสถานะไม่ต่างจากกบฏขายชาติ
ซอร์ลี้ภัยมายังฝรั่งเศส โดยทิ้งยศถาบรรดาศักดิ์ไว้ที่บ้านเกิด และเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการหวนกลับมาทำในสิ่งที่รักอีกครั้ง ในฐานะนักประพันธ์ดนตรี ซอร์พยายามจะเป็นที่ยอมรับในสังคมดนตรีฝรั่งเศส แต่ด้วยโครงสร้างเพลงที่ผิดแปลกจากผู้อื่น บ่อยครั้งจึงทำให้งานโอเปราของเขาถูกปฏิเสธ แต่กลับเป็นเรื่องน่าประหลาดใจครับ เมื่อซอร์เดินทางไปเผยแพร่ผลงานในอังกฤษและรัสเซียกลับทำให้เขาประสบความสำเร็จจนมีชื่อเสียง
ปี 1827 หลังจากทัวร์คอนเสิร์ตทั่วยุโรปหลายปี ในที่สุดซอร์กลับมาลงหลักปักฐาน ณ. กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยช่วงเวลานี้ ซอร์หันมาสนใจกับงานประพันธ์สำหรับกีตาร์ แต่ด้วยความคาดหวังและทะเยอทะยานของซอร์ ทำให้หลายๆ เพลงยากเกินกว่านักกีตาร์ทั่วไปจะสามารถเล่นได้
ช่วงเวลาดังกล่าว ซอร์ให้กำเนิดบทประพันธ์กีตาร์เชิงเสียดสี เช่น ‘Six Petites Pièces Faciles Pour la Guitare op. 45’ หรือภาษาอังกฤษที่ว่า Six Easy Little Pieces for the Guitar ซอร์ได้เขียนคำบรรยายไว้ว่า
‘เพลงง่ายๆ สำหรับพวกความอดทนต่ำ’
ต่อมาในปี 1837 เป็นห้วงเวลาที่ซอร์ประสบมรสุมชีวิตอย่างหนักทั้งจากการเสียชีวิตของลูกสาวและปัญหาสุขภาพ อีกสามปีต่อมาในวัย 61 ปีซอร์ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง
ตลอดช่วงชีวิต ซอร์ใช้ ‘โรแมนติกกีตาร์’ พัฒนาโดยช่างชาวฝรั่งเศส ฟรัง ซัวส์ เรอเน่ ลาโกต (Francois Rene Lacote, 1785-1855) (รูปที่ 2) แม้โรแมนติกกีตาร์จะมีขนาดเล็กและบางกว่ากีตาร์คลาสสิกในปัจจุบัน แต่ซอร์ก็สามารถดึงศักยภาพของเครื่องดนตรีออกมา ผ่านเทคนิคการบรรเลงที่เผยให้เห็นมิติทางดนตรีอันหลากหลาย
ซอร์ เป็นหนึ่งในนักกีตาร์ที่ไม่เน้นใช้เล็บในการดีด ซึ่งกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันระหว่างมิตรสหายของเขา ‘ดิโอนิซิโอ อกัวโด’ (Dionisio Aguado, 1784-1849) อีกหนึ่งนักกีตาร์ผู้บรรเลงโดยเน้นใช้เล็บ โดยสำหรับซอร์ เขามองว่าคุณภาพของเสียงที่ได้จากการใช้เล็บนั้นไม่ไพเราะ และไม่สามารถควบคุมโทนเสียงได้ดีเท่าที่ควร
ในบทบาทของนักกีตาร์ ซอร์ได้ฝากมรดกไว้มากมายทั้งงานประพันธ์ แบบฝึกหัด และตำราเรียน ซึ่งช่วยยกระดับให้กีตาร์มีความเป็นสากลมากขึ้น แบบฝึกหัดจำนวนมากกลายเป็นรากฐานให้คนรุ่นหลังนำไปต่อยอด หนึ่งในนั้นคือ อันเดรส เซโกเวีย (Andrés Segovia, 1909-1987) ผู้นำแบบฝึกชุด ‘20 Studies’ มาบรรเลงจนโด่งดัง
ในบทความนี้ได้กล่าวถึงซอร์ในฐานะนักกีตาร์ แต่หากมองในภาพกว้างจะพบว่าซอร์เป็นนักประพันธ์ที่ฝากผลงานไว้หลากหลายประเภท ทั้ง โอเปรา ออเคสตรา สตริงควอเตท บัลเลต์ เพลงเปียโน และเพลงร้อง แต่มรดกที่สำคัญที่ซอร์ฝากทิ้งไว้นั่นคือ ทำให้ผู้คนยุคก่อนประจักษ์ว่า ‘กีตาร์’ สามารถถ่ายทอดความลึ้กซึ้งในดนตรีได้ไม่แพ้เครื่องดนตรีอื่นเลยแม้แต่น้อย
Reference
Credit
Writer: เนติธร อรรถาโภชน์
Blogger and Editor: ปฐมวัส ธรรมชาติ
Course
Classical Guitar (Beginner)
พิเศษสำหรับ 10 ท่านแรก
คอร์สเรียนกีตาร์คลาสสิกพื้นฐาน ที่จะตอบแทบทุกคำถามที่คุณอาจจะมีเกี่ยวกับการเล่นกีตาร์สไตล์คลาสสิก